ทำความรู้จักกับ อาหารค่ำมื้อสุดท้าย ให้มากขึ้น

art Thelast supper

งานศิลปะชิ้นนี้จัดเป็นงานระดับตำนานอีกหนึ่งชิ้น และผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ คนคงได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้าง ‘อาหารค่ำมื้อสุดท้าย’ หรือ “The Last Supper” เป็นจิตรกรรมฝาผนังซึ่งถูกสร้างจากฝีมือของ “Leonardo da Vinci” จิตกรระดับโลก เขาวาดให้แก่ Ludovico Sforza ผู้อุปถัมภ์ สำหรับภาพบอกเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์ตามพระวรสารภาพการรับประทานอาหารค่ำมื้อสุดท้ายระหว่างพระเยซูกับอัครทูต ก่อนพระองค์จะถูกทรยศ ภาพวาดนี้ไม่อาจเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนได้ เพราะวาดบนผนัง อีกทั้งยังเป็นภาพวาดขนาดใหญ่ที่สุดของ “Leonardo da Vinci” ซึ่งยังคงมีสภาพดี สามารถให้มองเห็นได้อย่างสมบูรณ์ ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังจัดเป็นหนึ่งในบรรดาจิตรกรรมฝาพนังที่รู้จักกันดีทั่วโลก

“The Last Supper” ต้องการแสดงให้ผู้ชมเห็นถึงท่าทางของอัครสาวกแต่ล่ะคน ในช่วงเวลาอันน่าตกใจ เหตุการณ์นี้พระเยซูได้ทำนายว่า หนึ่งในผู้ร่วมโต๊ะจะทรยศ โดยชื่อถูกกล่าวถึงใน The Notebooks of Leonardo Da Vinci หน้า 232 แห่งศตวรรษที่ 19

ภาพนี้ซ่อนอะไรไว้บ้าง ?

  • Judas Iscariot คือ สาวกผู้ทรยศพระเยซู เพราะภาพปรากฏว่าเขากำลังถือถุงเงินอยู่ เนื่องจากเขาได้ขายพระเยซูไปแล้ว โดยรับเงินจากพวกฟาริสีเขาเตรียมตัวส่งมอบพระองค์ให้แก่ศัตรูในเวลาถัดไป
  • Peter เป็นสาวกผู้เดียวถือมีดเอาไว้ เนื่องจากอีกไม่นานเขาจะทำการตัดหูของทหารโรมัน ซึ่งเข้ามาจับกุมพระเยซู
  • Thomas ได้ชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า เป็นการบอกถึงถึงเหตุการณ์ในพระคัมภีร์เรื่องพระเยซูจะเสด็จสู่สวรรค์ รวมทั้งท่าทางที่เขาเอานิ้วชี้แยงสีข้างของพระเยซู แสดงถึงเหตุการณ์ว่าพระองค์จะฟื้นคืนพระชนม์

การจัดภาพนี้ของ “Leonardo da Vinci” เขาได้จัดกลุ่มสาวกทั้ง 12 คน ออกเป็นกลุ่ม 3 คน ด้วยการจัดวางแบบ 3 เหลี่ยม และวาดหน้าต่าง 3 บานไว้บริเวณด้านหลัง โดยทำให้แสงสามารถส่องเข้ามาในห้อง ซึ่งแสงเป็นการสื่อความถึงสวรรค์และความศักดิ์สิทธิ์ ส่วนพระเยซูที่อยู่ตรงกลางทรงนั่งอยู่ในท่าทาง 3 เหลี่ยม ที่มีความสมบูรณ์ในตัวเองเพียงคนเดียว ไม่จำต้องไปประกอบกับใคร นี่คือสิ่งที่ศิลปินต้องการสื่อความหมายถึงเรื่องตรีเอกภาพของพระเจ้า , พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยการจัดองค์ประกอบแบบ 3 เหลี่ยมนี้ เป็นหนึ่งวิธีที่พบมากในงานจิตรกรรมศาสนาในยุค Renaissance

นอกจากนี้ “Leonardo da Vinci” ยังใช้เทคนิคการจัดวางภาพด้วยการวางวัตถุต่างๆ ไว้บนเส้น Perspective ซึ่งจุดที่ทุกคนต้องมอง คือ ศีรษะของพระเยซู ซึ่งมีความหมายว่าพระองค์ทรงเป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่งนั่นเอง