ศิลปะสิงคโปร์นิทรรศการ ศิลปะประจำปี ถูกจัดขึ้นยิ่งใหญ่

Singapore Art Week Walk

“Singapore Tourism Board” คือ หน่วยงานพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์ มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรในระดับอุตสาหกรรมไปยันชุมชน ทำให้การท่องเที่ยวของสิงคโปร์เกิดภูมิทัศน์อันโดดเด่นรวมทั้งเต็มไปด้วยความหลากหลาย สำหรับปี 2018 นี้เป็นปีที่ 6 แล้ว ที่ประเทศสิงคโปร์ จัดงาน “Singapore Art Week 2018” เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนในด้านศิลปะ ทั้งผู้ชอบสะสมผลงานศิลปะหรือเป็นผู้หลงใหลในการเสพย์ประสบการณ์ทางด้านงานศิลป์และวัฒนธรรม โดย “Singapore Art Week 2018” จะช่วยคุณสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คุณอย่างเต็มที่ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศอันเต็มไปด้วยงานศิลปะเกือบทุกตารางนิ้ว โดยมีทั้ง พิพิธภัณฑ์, Gallery, ถนนสาธารณะ จวบไปจนถึงมุมถนน

สำหรับงาน “Singapore Art Week 2018” มีแนวคิดในการสร้างสรรค์ประเทศสิงคโปร์ ให้กลายเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะอันงดงามเต็มไปด้วยชีวิตชีวา นำวัฒนธรรมอันงดงามในย่านเก่าแก่ รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวสิงคโปร์มาตีแผ่ในรูปแบบของงานศิลปะอันมีชีวิตชีวา และคุณจะยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับความงดงามทางวัฒนธรรม โดยเริ่มตั้งแต่งานศิลปะสมัยใหม่ ไปจนถึงงานศิลปะแบบร่วมสมัย

ภายในงานยังมีกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย เช่น ARTWALK Little India หรือ Art After Dark DISINI festival เป็นต้น “Singapore Tourism Board – STB” มีศรัทธาอย่างแรงกล้ามากว่างานนี้จะทำให้ผู้สนใจ ได้สัมผัสกับประสบการณ์นิทรรศการศิลปะนานาชาติ รวมทั้งอีเว้นท์สนุกๆจากศิลปินมีชื่อเสียง ในงานปีก่อนๆสิงคโปร์ได้สร้างกระแสความสนใจของผู้คนในฐานะ ‘ศูนย์กลางแห่งศิลปะ’ แห่งภูมิภาค เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นงานสำคัญซึ่งเปิดโอกาสให้แก่ศิลปินท้องถิ่น ได้นำเสนอผลงานของตนเองร่วมกับศิลปินระดับนานาชาติ งานนี้คุณจะได้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ และงานของศิลปินชั้นนำมากมาย ซึ่งมีศิลปินชาวไทยได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้วย เขาคือ “ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช” เขาได้สร้างสรรค์เขาวงกตไม้ไผ่ขนาดใหญ่ ณ “Hidden Rooftop Tea House” อีกทั้งยังมีกิจกรรม “Art from the StreetsZ” โดยศิลปิน Magda Danysz เขาเป็นหนึ่งในศิลปินชื่อดังของโลก

‘Singapore Art Week 2018’ เป็นเวทีขนาดใหญ่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้รักศิลปะได้เข้ามาค้นหา พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้มีความสนใจคล้ายคลึงกัน และประเทศสิงคโปร์ยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งซื้อขายงานศิลปะชั้นนำอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งนักสะสมให้ความไว้วางใจ ในผู้มีใจรักในงานศิลป์ , นักสะสม และผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการศิลปะ สามารถหาองค์ความรู้ใหม่ๆ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งเรียนรู้พร้อมชื่นชมในเรื่องของงานศิลปะผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ รวมทั้งงานเสวนาเชิงลึก กิจกรรมเหล่านี้ล้วนสร้างเครือข่ายขนาดกว้างขวาง ซึ่งจะช่วยทำให้วัฒนธรรมทางศิลปะมีความน่าสนใจมากขึ้น

Categories: NEWS

จากคำนักวิจารณ์งานศิลปะ สู่งานศิลป์ชั้นเลิศ

art work

ศิลปะ คือสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้การสื่อสารทางอารมณ์ สร้างจากความรู้สึก อารมณ์ หรือสุนทรียภาพ งานศิลปะนั้นถูกแบ่งออกมาเป็นหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตามความถนัดและความสามารถของแต่ละบุคคลที่ได้สร้างสรรค์ชิ้นงานเหล่านี้ขึ้นมา จากอารมณ์ หรือสิ่งนึกคิดต่างๆ ที่มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ที่ได้เห็นนั้นชื่นชอบ และตีความหมายให้กับสิ่งที่เขาได้ทำออกมา ศิลปะมีความเป็นมาที่ยาวนานมากมีหลากหลายแขนง เช่น งานปั้น งานเขียน ดนตรี แสดง ภาพวาด หรือประติมากรรมต่างๆ ล้วนเป็นศิลปะทั้งสิ้น

ศิลปะนั้นสามารถปรับแต่งออกมาได้ให้เข้ากับยุคสมัย ดังนั้นศิลปะก็จำเป็นมากทีเดียวที่จะต้องมีผู้รู้มาวิจารณ์งาน หรือวิเคราะห์งานเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่ทำงานศิลปะนั้นได้รู้จุดด้อยนำมาปรับปรุงให้เป็นจุดเด่น ทั้งนี้นอกเหนือจากที่เขาจะได้รู้จักการปรับปรุงแล้วเขายังจะได้ความรู้ และแรงบันดาลใจสร้างงาน ประยุกต์งานใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ แถมยังได้พัฒนาฝีมือในการสร้างงานศิลปะอีกด้วย

การวิเคราะห์กับการวิจารณ์งานศิลปะนั้น มีความหมายที่แตกต่างกันอย่างไร

  • การวิเคราะห์งานศิลปะ คือการแยกแยะงานศิลปะออกมาเป็นส่วนๆ แตกประเด็นให้ผู้ที่ทำงานศิลปะออกมาเห็นชัดเจนว่า เขานั้นรู้สึกอย่างไรกับภาพนี้ หรือผลงานศิลปะชิ้นนี้
  • การวิจารณ์งานศิลปะ คือการแสดงความคิดเห็นต่อผลงานของผู้ทำงานศิลปะ โดยคนที่วิจารณ์นั้นต้องวิจารณ์ตามหลักของศิลปะจริงๆ โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ต่างๆ ของศิลปะเพื่อให้ผู้จัดทำเข้าใจง่าย และนำมาประยุกต์ในการสร้างสรรค์ศิลปะต่อไป

คุณสมบัติของนักวิเคราะห์ และวิจารณ์งานศิลปะ

  • มีความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นศิลปะประจำชาติ หรือแม้กระทั่งศิลปะสากล
  • ศึกษาจนมีความรู้ในด้านประวัติศาสตร์ต่างๆ ของศิลปะได้อย่างเชี่ยวชาญ
  • รู้จักแง่มุมต่างๆ ของศิลปะได้อย่างถี่ถ้วน
  • มีวิสัยทัศเกี่ยวกับศิลปะอย่างก้าวไกล และมีความเป็นตัวของตัวเองไม่คล้อยตามคนอื่น
  • กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นตามหลักเกณฑ์ของศาสตร์ให้ศิลป์ทั้งหมด ตามประสบการณ์และความรู้สึกที่มี

แนวทางและหลักเกณฑ์ในการวิเคราะห์งานศิลปะนั้น โดยทั่วไปแล้วจะมีหลักเกณฑ์เพื่อพิจารณาอยู่ 3 ประการคือ ด้านความงาม ด้านสาระ ด้านอารมณ์หรือความรู้สึก ซึ่งทุกด้านก็จะมีความสำคัญต่างกันออกไปดังนี้

  • ด้านความงาม เป็นการประเมินคุณค่าจากรูปภาพ หรือภาพวาดด้วยการใช้ความรู้และความเข้าใจมาวิจารณ์งาน เพราะด้านความงามนั้นจะต้องวิเคราะห์จากทักษะฝีมือ และการใช้อารมณ์ในการสร้างผลงานขึ้นมา
  • ด้านสาระ คือการวิเคราะห์ว่า ผลงานที่ออกมานั้นจุดประสงค์ส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรมหรือไม่ และภาพนี้มีสาระเกี่ยวกับอะไรบ้าง

ด้านความรู้สึก เป็นการประเมินผลงานจากคุณค่าทางความรู้สึก ว่าศิลปะที่ถูกสร้างออกมานั้น สามารถสื่อสารความรู้สึกอะไรได้บ้าง ในภาพวาดทำให้ผู้พบเห็นนั้นรู้สึกอย่างไรกับภาพนี้

การขูดสีเทียนทำอย่างไร

grated crayons

การสร้างงานศิลปะขึ้นมาชิ้นหนึ่งนั้น สามารถทำได้หลายเทคนิคและหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความถนัดและความพึงพอใจของผู้สร้างผลงาน และเทคนิคที่เราจะนำมาเสนอกันในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคง่ายๆ ที่สถานศึกษาเตรียมไว้สอนเด็กวัยเล็กค่ะ

“การขูดสีเทียน” เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่คุณสามารถทำด้วย ด้วยการระบายสีสันต่างๆ ให้เต็มพื้นที่กระดาษ หลังจากนั้นจึงใช้วัสดุปลายแหลมขูด เช่น ไม้เสียบลูกชิ้นหรือไม้จิ้มฟัน “วาด” ออกมาให้เป็นรูปร่างตามที่คุณต้องการ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์โดยการใช้จินตนาการอันสุดบรรเจิดของเด็ก รวมทั้งยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

เทคนิคการการขูดสีเทียน

  • เคล็ดลับของการระบายสีเทียนในลักษณะนี้ คุณควรใช้กระดาษผิวหยาบเพื่อให้มันสามารถกักเก็บเนื้อสีไว้ได้ เป็นอย่างดี เช่น กระดาษร้อยปอน เป็นต้น
  • เริ่มจากการระบายสีสเต็ปแรกแนะนำว่าใช้สีเข้มก่อน เนื่องจากสีเทียนเป็นสีทึบแสง สามารถใช้หลายๆ สีระบายกระจายไปทั่วๆ ในกระดาษได้เลย แต่เคล็ดลับ คือต้องระบายให้มีความกลมกลืนกันให้มาก เนื่องจากคุณต้องเผื่อพื้นที่ความลึกของพื้นผิวไว้ให้สีชั้นบนด้วย หลังจากนั้นแล้วจึงระบายสีชั้นต่อๆ ให้เป็นสีอ่อนขึ้นตามลำดับ โดยคุณอาจระบายสัก 3 ชั้นก็ได้ และชั้นสุดท้ายให้ระบายด้วย ‘สีดำ’ทั้งแผ่น
  • เคล็ดลับความสวย คือ ช่วงรอยต่อตะเข็บระหว่างสี คุณควรระบายให้มันบางกว่าในส่วนที่จะเปลี่ยนเป็นสีอื่นออกไปเพราะมันจะช่วยให้การผสมสีเป็นไปได้โดยง่าย
  • คุณควรวาดภาพที่มีขนาดใหญ่จะออกมาสวยกว่า เนื่องจากสีเทียนไม่เหมาะกับภาพที่มีขนาดเล็ก เวลาระบายด้วยเทคนิคนี้จะดูไม่สวยและไม่รู้เรื่อง ความสวยคือการโชว์สีที่อยู่ด้านล่าง
  • เวลาระบายเทียนลงไปเรื่อยๆ จะมีเศษสีหรือเม็ดแข็งๆ เกาะติดอยู่บนกระดาษ คุณควรใช้กระดาษทิชชู่หรือไม้เคาะหูปัดออกเบาๆ แล้วค่อยระบายอีกครั้ง เพื่อความเรียบเนียนสวยงามของชิ้นงาน
  • นอกจากนี้เมื่อคุณระบายเสร็จในแต่ละครั้ง แนะนำว่าให้นำกระดาษทิชชูมาเช็ดสีที่ติดอยู่ตรงปลายด้วย ดูแล้วต้องสะอาด เนื่องจากถ้าไม่เช็ดแล้วระบายซ้ำลงไป สีจะดูหม่นหมอง
  • เมื่อลงสีดำสนิทในชั้นสุดท้ายแล้ว ให้ปล่อยกระดาษแผ่นนั้นทิ้งไว้ให้แห้งสักครู่ ตรวจดูว่าไม่มีเศษอะไรกระจัดกระจายอยู่ แล้วให้ใช้ไม้จิ้มฟัน หรือไม้จิ้มลูกชิ้น ขูดสีดำพร้อมวาดเป็นรูปตามใจชอบ เมื่อขูดสีดำออกจะมีเส้นดำหลุดออกมาให้หยิบออกทุกครั้ง เพื่อจะได้ไม่ทำให้ภาพเลอะเทอะ
  • วาดภาพได้ตามใจชอบ

งานแอ็บสแตร็กส์ มีเสน่ห์ตรงไหน

abstract skull

การไปเยี่ยมชมงานศิลปะ เดินดูแกลอรี่ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของหลายคน การเดินชมงานศิลปะเป็นการกล่อมเกลาจิตใจวิธีหนึ่ง เสริมสร้างความงามภายในจิตใจได้ด้วย หนึ่งในงานศิลปะที่หลายคนมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปนั่นคือ งานศิลปะสายแอ็บสแตร็กส์ ภาพนามธรรมเหล่านี้มีเสน่ห์ตรงไหนกัน

ศิลปะงานแอ็บสแตร็กส์ เป็นแบบไหน

ศิลปะงานแอ็บสแตร็กส์ หากจะให้นิยามให้ง่ายสุดคือไม่มีนิยามอะไรเลย ภาพแบบนี้จะเป็นภาพนามธรรมอย่างถึงขีดสุด ภาพนามธรรมแบบนี้จะอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็น สี เส้น แสง เงา ศิลปินสามารถทำได้หมด ทุกอย่างเป็นไปตามอารมณ์ แนวคิด ความต้องการของศิลปินล้วนๆ

เข้าให้ลึกถึงอารมณ์

เสน่ห์สำคัญของการเสพงานศิลป์แอ็บสแตร็กส์ นั่นคือ การเสพภาพเพื่อให้เข้าใจถึงอารมณ์ของศิลปิน ภาพแอ็บสแตร็กส์จะเป็นภาพนามธรรม การสร้างงานศิลป์แบบนี้ศิลปินผู้สร้างจะใช้อารมณ์อย่างมาก การเสพงานเพื่อให้เข้าใจอารมณ์ขณะนั้นของศิลปินกำลังสร้างงาน แม้ว่าจะยากแต่รับรองเลยว่าหากเราหยุดดูสักครู่ ตั้งสมาธิให้ดีรับรองเลยว่า เราจะเข้าถึงอารมณ์ภาพนั้นได้แบบไม่น่าเชื่อเลย บางคนรู้สึกเศร้า รู้สึกตื่นเต้น ทำได้หมด

ลายเส้น แสง สี เงา

หากใครเสพงานศิลปะ แล้วคาดหวังว่าจะต้องเห็นงานศิลปะตามกฎเกณฑ์การวาดภาพทั่วไปนั้นผิดถนัดเลย การสร้างภาพแอ็บสแตร็กส์เป็นการสร้างงานศิลป์จากอารมณ์ ความรู้สึก จินตนาการของศิลปิน ทำให้บางครั้งพวกเค้าเลือกทำตามอารมณ์มากกว่าหลักการเหตุผลใดๆทั้งสิ้น งานสายนี้บางชิ้นสวยงามให้อารมณ์มาก แต่ใช้สีผิดทฤษฏีสีก็มีมาเยอะ เสน่ห์ของภาพสายนี้มันอยู่ตรงนี้แหละ การสร้างงานศิลป์โดยไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์ทางศิลปะใดๆทั้งสิ้น มันกลับทำให้ภาพนั้นสวยกว่าภาพที่สร้างขึ้นโดยเน้นหลักการทางศิลปะเสียอีก (ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะ)

ความหมายของภาพ

ภาพแอ็บสแตร็กส์ บางครั้งศิลปินจะไม่ใส่ข้อความอะไรไว้ให้เลย แม้แต่ชื่อภาพ เค้าต้องการให้เราตีความภาพนั้นด้วยตัวเอง นี่มันก็เป็นเสน่ห์ของภาพแบบนี้เช่นกัน ภาพหนึ่งภาพตีความหมายได้เป็นล้านคำ ช่างเหมาะกับนิยามภาพสายแอ็บสแตร็กส์มาก หรือบางครั้งเราอาจจะได้สนุกกับสารบางอย่างที่ศิลปินสื่อมาก็มี อาจจะซ้อนอยู่ในชื่อภาพ ก็เป็นได้ การเล่นระหว่างศิลปิน กับผู้เสพงานแบบนี้ ยิ่งทำให้งานดูน่าค้นหาในอีกมุมมองหนึ่ง

แต่อีกมุมมองหนึ่งการเสพงาน แอ็บสแตร็กส์ แบบนี้เราอาจจะไม่ได้ความหมายอะไรเลยก็ได้ เอาความสวย อารมณ์ เป็นที่ตั้งอย่างนี้ก็มีเหมือนกัน เรียกได้ว่า ภาพแอ็บสแตร็กส์ อาจจะสื่อถึงอะไรก็ได้ หรือ ไม่สื่อถึงอะไรเลยก็ได้คงไม่ผิดนัก ความเป็นนามธรรมนี่แหละ ทำให้ภาพแอ็บสแตร็กส์มีเสน่ห์จนหลายคนชื่นชอบ

สีโทนร้อน กับ สีโทนเย็น แตกต่างกันอย่างไร

colors hot and cool

การวาดภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะประเภทไหนทั้งแบบออฟไลน์ หรือ แบบออนไลน์ เชื่อว่าถ้าไม่ใช่กลุ่มงานขาวดำ เรื่องสีถือว่ามีส่วนอย่างมากในการทำชิ้นงานออกมา สีมีผลต่อความสวยงาม ยังมีผลต่ออารมณ์ของภาพ อารมณ์ของศิลปิน รวมถึงการสื่อสารภาพออกมาด้วย สีอาจจะแบ่งได้หลายแบบ วิธีแบ่งได้ง่ายสุดนั่นคือ สีโทนร้อน กับ สีโทนเย็น สีสองกลุ่มนี้แตกต่างกันอย่างไร เรามาหาคำตอบกัน

รายละเอียดของสี แตกต่างกัน

สีหากเราจะแบ่งออกเป็นวงจรของสีไล่มาตั้งแต่แม่สี(สีขั้นปฐมภูมิ) สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง จากนั้นก็นำมาผสมกันจนเป็นสีขั้นทุติยภูมิ จนถึงสีขั้นตติยภูมิ หากเราจะแบ่งสีออกเป็นสองกลุ่ม สีโทนร้อนจะเริ่มตั้งแต่สีแดง สีแดงเหลือง สีส้ม ไปจนถึงสีเหลือง ส่วนสีโทนเย็นจะเริ่มจาก สีเหลืองอมเขียว สีเขียว สีเขียวอมน้ำเงิน สีน้ำเงิน จนถึงสีม่วง หากเราเปรียบเทียบวงจรสีจะเห็นว่าสีโทนร้อนกับสีโทนเย็นจะตรงข้ามกันจนเหมือนคนละด้าน แต่บางทฤษฎีก็แย้งว่าบางครั้งเราก็สามารถทำให้สีโทนร้อนเป็นโทนเย็นได้ ยกตัวอย่างเช่น สีแดงหากเป็นสีแดงที่มีความเข้มข้นไปทางน้ำเงินมากกว่าก็จะเหมาว่าโทนเย็นก็ได้ เช่นกันหากสีเขียว เดิมเป็นสีโทนเย็น แต่หากสีเขียวที่ส่วนผสมสีน้ำเงินมากกว่าเหลืองมันก็จะกลายเป็นสีโทนร้อนได้

อารมณ์แตกต่างกัน

สีโทนร้อน สีโทนเย็น นอกจากเรื่องความสวยงาม ข้อแตกต่างของสีสองกลุ่มนี้ นั่นคือ อารมณ์ของสีจะแตกต่างกันด้วยแม้ว่าจะเป็นภาพเดียวกันเป๊ะก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น หากเราวาดภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนกันทุกประการ สองภาพ ภาพแรกเราระบายสีด้วยสีโทนร้อน ผมสีแดงน้ำตาล เสื้อสีแดง ภาพสองระบายด้วยสีโทนเย็น ผมสีน้ำเงิน เสื้อสีแดงอมเขียว จากนั้นนำภาพทั้งสองมาวางเทียบกัน เชื่อว่าเราจะมองเห็นความแตกต่างชัดเจนเรื่องอารมณ์ ภาพเด็กผู้หญิงคนแรกจากกลุ่มสีโทนร้อน เราจะรู้สึกได้ถึงความร้อนแรง ความแข็งแกร่ง เหมือนเป็นเด็กผู้หญิงไม่กลัวใคร ภาพจากสีโทนเย็นเด็กผู้หญิงคนนี้จะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มากกว่า นี่แหละคือพลังงานของโทนสี

การใช้สีควบคู่

โทนสีทั้งสองหากอยากให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น เราต้องเลือกคู่สีให้ส่งเสริมกันด้วย สีทั้งสองโทนจะมีสีเกื้อหนุนแตกต่างกัน สีโทนร้อนสีแดงอาจจะใช้สีส้ม สีเหลืองมาเกื้อหนุน  สีโทนเย็นอย่างสีน้ำเงินอาจจะใช้สีเขียวอ่อนมาหนุนเพื่อให้สีน้ำเงินโดดเด่นยิ่งขึ้น ข้อสังเกตสีเกื้อหนุนจะเป็นสีกลุ่มเดียวกัน อยู่ใกล้กันนั่นเอง นี้คือความแตกต่างของสีทั้งสองโทน

ภาพศิลปะใดมีราคาแพงที่สุดในโลก ราคาเท่าไร สาเหตุว่าทำไมถึงแพง

mona-lisa

งานศิลปะจัดเป็นงานที่ช่วยจรรโลงโลกใบนี้ให้มีความน่าสนใจอยู่เสมอ สังเกตได้จากอดีตที่ผ่านมาโลกของเรามีบรรดาศิลปินชื่อดังมากมายที่สร้างงานศิลปะจนได้รับการกล่าวขาน ยกย่อง ให้เป็นศิลปินตลอดกาล แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนแต่งานศิลปะของพวกเขาก็ยังคงได้รับความสนใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะงานอันเกี่ยวกับเรื่องของภาพศิลปะถึงขนาดว่ามีการนำเอาภาพเหล่านี้ออกมาประมูล ออกมาประเมินค่าจนได้มีการยืนยันถึงภาพที่ราคาแพงที่สุดในโลกนั่นคือ โมนาลิซ่า

ภาพโมนาลิซ่า งานศิลปะที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

ภาพวาดโมนาลิซ่าเป็นภาพวาดสีน้ำมันมีความสูง 77 ซม. กว้าง 53 ซม. ถูกวาดขึ้นโดยเลโอนาร์โด ดาวินชี ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่างปี ค.ศ. 1503 – 1507 ถือว่าเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปไกลมากๆ จนคนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี ใช้เวลาในการวาดยาวนานถึง 4 ปี ส่วนคนที่ตั้งชื่อให้นั่นคือ จอร์โจ วาซารี ผู้เป็นศิลปินและนักชีวประวัติชาวอิตาลี จริงๆ แล้วชื่อภาพนี้ได้ถูกตั้งขึ้นมาหลังจากที่ตัวดาวินชีเองได้เสียชีวิตไปแล้วถึง 31 ปี สำหรับคำว่า โมนา ในภาษาอิตาเลียน แปลว่า มาดอนนา ซึ่งก็คือมาดามหรือคุณผู้หญิง นั่นหมายถึงว่าภาพนี้ถูกตั้งชื่อเป็น มาดามลิซ่า อะไรทำนองนี้นั่นเอง ต้องย้อนกลับไปก่อนว่าตอนที่ดาวินชีเสียชีวิตเขาได้ยกสมบัติพร้อมภาพวาดทั้งหมดให้กับ ฟรานเชสโก เมลซิ ผู้ติดตามของเขา แต่เมื่อฟรานเชสโกเสียชีวิตลงเขาก็ไม่ได้มอบภาพวาดและสมบัติต่างๆ ให้กับใคร ภาพวาดทั้งหลายจึงค่อยๆ เริ่มกระจัดกระจายไปหลายแห่งหน ส่วนด้านราคาจริงๆ แล้วด้วยความที่ปัจจุบันภาพโมนาลิซ่าถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ของฝรั่งเศสและไม่เคยมีใครนำออกมาประมูลอย่างจริงจังจึงไม่สามารถคำนวณมูลค่าที่แท้จริงได้ ทว่าจากการประเมินราคาเอาไว้อยู่ที่ราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์เอกใช้การปกป้องรักษามากกว่าการซื้อประกันเมื่อมีการปรับค่าต่างๆ ออกมาภาพโมนาลิซ่าที่ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 670 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

สาเหตุที่ว่าทำไมภาพโมนาลิซ่าถึงมีราคาสูง

ว่ากันว่าภาพโมนาลิซ่านี้เป็นภาพของดาวินชีที่เขาต้องการวาดภาพตนเองหากลองทำการแต่งเป็นหญิงสาวดูว่าจะมีลักษณะออกมาเป็นอย่างไร สังเกตได้จากการใช้สายตาและภาพที่ออกมามันเหมือนกับคนส่องกระจกแต่ด้วยมิติต่างๆ ก็ทำให้ดูเป็นธรรมชาติสุด นอกจากนี้ยังเป็นภาพที่แฝงความหมายมากมายแม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังมีคนหาคำตอบกันอยู่

Categories: NEWS

งานศิลปะระดับโลกที่มีชื่อเสียง 10 อันดับที่คนพูดถึงตลอดกาล

ACreation of Adam

งานศิลปะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสวยงามให้กับโลกใบนี้ได้อย่างยาวนานยิ่งเป็นงานศิลปะที่มีชื่อเสียงก็จะเห็นได้ว่านั่นไม่ใช่งานศิลปะธรรมดาแต่ยังแฝงเอาไว้ด้วยความน่าสนใจ ข้อคิดเห็น การตั้งคำถาม และการสื่อความหมายอีกมากมาย ลองมาทำความรู้จักกับ 10 อันดับงานศิลปะที่คนพูดถึงตลอดกาลนับตั้งแต่งานนั้นเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน รับรองว่าแต่ละงานน่าสนใจสุดๆ ไปเลย

10 อันดับงานศิลปะระดับโลกอันมีชื่อเสียงที่คนยังคงพูดถึงตลอดกาล

  1. ภาพ Mona Lisa – ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าภาพเขียนของ เลโอนาร์โด ดาวินชี เป็นภาพเขียนที่มีคนรู้จักมากที่สุดในโลก เขาเขียนภาพนี้ด้วยศิลปะการเขียนภาพสีบนไม้ตั้งแต่ปี 1503 หรือ 1504 ก่อนเสร็จในปี 1519 ก่อนเขาเสียชีวิตไม่นาน เป็นภาพหญิงสาวอันแสนงดงามและเป็นงานศลปะที่น่าจะโด่งดังมากที่สุดในโลก
  2. ภาพ Starry Night – ผลงานของวินเซนต์ แวนโก๊ะ ศิลปินชาวดัตช์ที่ใช้เทคนิคการสร้างภาพสีน้ำมันบนผ้าใบ ถือเป็นหนึ่งในภาพเขียนที่โด่งดังที่สุดของเขาและเป็นภาพเขียนที่โด่งดังมากที่สุดของโลกด้วยเช่นกัน
  3. ภาพ The Last Supper – ภาพกระยาหารค่ำมื้อสุดท้ายนี่เป็นจิตรกรรมฝาผนังที่ถูกเขียนตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยเลโอนาร์โด ดาวินชี บริเวณผนังโรงอาหารในโบสถ์ Santa Maria Delle Grazie
  4. ภาพ Creation of Adam – ภาพงานปูนเปียกฝีมือของไมเคิล แองเจโล บนเพดานของโบสถ์น้อยซิสติน กรุงวาติกัน เขียนในช่วงปี 1508 – 1512
  5. ภาพ The Princess of Memory – งานศิลปะสุดล้ำเขียนโดย ซัลบาโด ดาลี ศิลปินชาวสเปนเมื่อปี 1931 จัดเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าสนใจและน่าประหลาดมากๆ งานหนึ่งในวงการศิลปะก็ว่าได้
  6. ภาพ Girl with A Pearl Earring – ถูกขนานนามให้เป็นโมนาลิซ่าชาวดัตช์ เขียนโดย โยฮัน ฟอร์เม เป็นภาพที่ข้อมูลน้อยมากๆ แต่ก็ยังได้รับการยกย่องให้เป็นงานศิลปะที่ดีที่สุดงานหนึ่งบนโลก
  7. รูปปั้น David – รูปปั้นอันโด่งดังหน้าตาเป็นชานหนุ่มที่งดงามถูกสร้างขึ้นโดยไมเคิล แองเจโล ว่ากันว่างานศิลปะนี้หากมองลึกลงไปให้ดีจะพบกับความหมายที่ซอนอยู่อย่างน่าเกรงขาม
  8. ภาพ The Scream – ภาพเขียนสไตล์สีน้ำมัน สีฝุ่น สีชอล์กที่ถูกผสมผสานลงบนกระดาษแข็ง โดยเอ็ดเวิร์ด มุงค์ ยอดศิลปินชาวนอร์เวย์ เป็นภาพที่บ่งบอกเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจเช่นเดียวกับภาพวาดที่แปลก
  9. ภาพ Self-Portrait Without Beard – ภาพเขียนที่ดีทีสุดตลอดกาลอีกงานของวินเซนต์ แวนโก๊ะ น่าจะเป็นภาพเหมือนชิ้นสุดท้ายของเขาเป็นภาพแสดงตัวเขาแบบไร้เครา
  10. ภาพ Birth of Venus – งานศิลปะของ ซานโดร บอตติเซลลี ศิลปินชาวอิตาลี ถือเป็นงานศิลปะที่มีความหมายน่าสนใจมาก

เทคนิคการใช้สีน้ำให้สวย ให้ออกมาดูดีจนงดงาม

การวาดรูปโดยใช้เทคนิคสีน้ำนั้น จะให้ความรู้สึกละมุนและมีการใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อให้ภาพมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่การวาดรูปโดยใช้สีน้ำนั้นไม่ง่ายเลย เพราะถ้าเราระบายช้าเกินไปสีจะไม่ค่อยกลมกลืนกันสักเท่าไหร่นัก แต่หากเราระบายเร็วเกินไป สีก็อาจจะผสมกันเละเทะกลายเป็นสีคล้ำๆ ดำๆ หรือสีเน่านั่นเอง แถมการกะน้ำหนักก็ยากกว่าสีอื่นอีกด้วย ทำให้มือใหม่ทั้งหลายอาจเกิดความท้อแท้ได้ง่าย ด้วยเหตุนี้เองวันนี้เราจึงจะมาแนะนำเทคนิคการวาดรูปโดยใช้เทคนิคสีน้ำให้สวยงามกันค่ะ เมื่อรู้เทคนิคเหล่านี้แล้วการใช้สีน้ำก็จะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นอย่างแน่นอน

การระบายแบบเปียกบนแห้ง

Wet into Dry เป็นเทคนิคการระบายสีน้ำในแบบนำสีผสมน้ำให้เปียกชุ่ม เสร็จแล้วก็นำไประบายลงในกระดาษแห้ง โดยไม่ต้องระบายน้ำลงบนกระดาษให้เปียกก่อน เมื่อระบายอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดสีเรียบเนียน

เหมาะสำหรับ การระบายรูปทรงเรขาคณิต หรือวัตถุสิ่งของที่มีพื้นผิวเรียบ เช่น พื้น ผนัง อาคาร ต่างๆ เป็นต้น

การระบายแบบแห้งบนแห้ง

Dry on Dry เป็นเทคนิคการระบายสีน้ำในรูปแบบสีข้นหนืด มีการผสมน้ำเล็กน้อย และนำไประบายลงบนกระดาษที่แห้งสนิท ไม่เปียกน้ำเหมาะสำหรับ การแสดงให้เห็นถึงลักษณะผิวของวัตถุที่มีความหยาบ ขรุขระ แข็งกระด้าง เช่น ผิวของเปลือกไม้ ผิวของดิน หิน ผนังต่างๆ รวมทั้งยังนำไปใช้ในการเก็บรายละเอียดของภาพขั้นตอนสุดท้าย เทคนิคนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความ

ชำนาญในการใช้พู่กันของผู้วาดอีกด้วย

การระบายแบบเปียกบนเปียก

Wet into Wet เป็นเทคนิคการระบายสีน้ำแบบเหลวเปียกชุ่มลงบนกระดาษเปียกชุ่ม สีที่ลงไปนั้นด้วยความที่มันเปียกทั้งตัวสี และทั้งกระดาษ จึงทำให้สีซึมผสมเข้าหากัน ให้ความรู้สึกเปียกชุ่มน้ำตลอดเวลาเหมาะสำหรับ การระบายภาพ ท้องฟ้า ผืนน้ำ ภูเขา แนวป่าในระยะไกล

การระบายแบบใช้เทคนิคต่างๆ

Texture Surface เป็นเทคนิคที่ต้องมีการเตรียมพื้นผิวของกระดาษด้วยการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาช่วย ก่อนการลงสี และหลังการระบายสี เช่น การหยดเทียนไข เพื่อสร้างรอยบนกระดาษก่อนจะระบายสีทับลงไป การขูดขีด ด้วยของมีคมการนำแอลกอฮอล์มาหยดลงบนสีที่ยังไม่แห้ง การทำทิชชู่มาซับลงบนสีเพื่อทำลวดลายต่างๆ เป็นต้น

และนี่คือเทคนิคแบบง่ายๆ ที่สามารถนำไปฝึกฝนด้วยตนเองได้ อย่าลืมว่าแม้เราจะรู้ถึงเทคนิคต่างๆ อย่างมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการหมั่นฝึกฝนอย่างเป็นประจำ หากเราไม่ท้อถอย เราย่อมจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับคืนมาอย่างแน่นอน

งานแสดงโชว์ A look At New Artwork ปี 2017 โดย Lauren Baker

ในวันนี้ที่ 2 กุมภาพันธ์ ได้มีการงานแสดงโชว์ แกลลอรี่ ของ Lauren Baker แต่เพียงผู้เดียว และภายในงานเป็นศิลปะของตัวเขาทั้งหมดเลย แล้วภาพของเขายังเป็นสิ่งที่ได้การตอบรับกันเป็นอย่างแล้วมีมิติของรูปภาพที่สวยสดงามมากเลยที่เดียว ซึ่งภายในรูปของตัวงานจะเป็นนำเสนองานที่เป็นมารูปแบบนูนมีแสง แล้วยังบอกถึงความสำคัญที่เกี่ยวกับความรักภายในรูปอีกด้วย แถมยังมีผลงาน Limited Edition ที่เป็นรูปแสงจากลีออนแล้วมีการเส้นสีเอาไว้อย่างสวยงามมาก

BoX Garry

งานนี้ถือว่าเป็นงานที่สำคัญมากแล้วเกิดขึ้นด้วยความเพียงพยามจนสำเร็จมันขึ้นมาแล้วยังได้พบการบริการต่างๆ จากภายในงานที่ได้รับการเยี่ยมชมอีกด้วย แล้วยังมีพนักงานที่ค่อยให้ความรู้ในชิ้นงานศิลปะเหล่านี้อีกด้วย ซึ่งงานที่จัดขึ้นจะมีไปจน 23 กุมภาพันธ์ หากคุณยังไม่เคยเห็นศิลปะแบบใหม่ต้องไม่พลาดในการรับชม

Water noon

Categories: NEWS

งานแสดงนิทรรศการศิลปะ Bob Dylan ใน Halcyan Galley play

งานสำคัญในนิทรรศการที่สำคัญงานศิลปะโดยจะมีงานผลงานของนักแต่งเพลง แล้วยังมีผลงานรางวัลโนเบลจาก Bob Dylan มาร่วมแสดงโชว์ในผลงานครั้งนี้ด้วย

ES LA

ในผลงานครั้งนี้ยังอยู่ในเส้นทางภาพวาดด้วยสีน้ำและวาดลงในผืนผ้าใบ แล้วเป็นงานที่ถ่ายทอดในภูมิทัศน์ในอเมริกันอยู่หลายแห่ง พร้อมฉากมุมเมืองต่างๆ ของสถานที่แห่งนั้น แล้ในนิทรรศการก็อยากจะชวนให้ผู้ชมกันให้เยอะๆ เพราะรูปผ่านเหล่านี้วาดขึ้นมาตอนที่ Bob Dylan ได้ไปเยือนสถานที่แห่งนั้นขึ้นมาเองแล้วไปยันสถานที่ตอกซอยต่างไม่เว้นแต่ในชนบท

 

แล้วในงานจะเปิดให้ประชาชนก็จะมีให้รับชมตั้งแต่ 5 พฤศจิกายน ไปถึงเดือนหน้า 11 ธันวาคม

Categories: NEWS