เทคนิควาดรูป ดอกไม้ ให้ออกมาสวยงดงามจนหาที่ติไม่ได้

Flower drawing techniques

“ดอกไม้” เป็นรูปอีกประเภทหนึ่งที่ผู้คนชอบวาดกันมาก เราสามารถวาดดอกไม้ได้มากมายหลายสายพันธ์ไม่มีเบื่อ และยังสามารถวาดได้ทั้งรูปเงาและรูปสี อีกทั้งยังวาดได้มากมายหลายเทคนิค ซึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ก็คือการวาดด้วยดินสอ และสีน้ำ การวาดด้วยดินสอทั้งดินสอดำและดินสอสี สามารถวาดได้เลยไม่ต้องผสมน้ำหรือรอแห้ง ส่วนสำหรับสีน้ำภาพที่ได้จะมีความละมุน สวยงาม หากแต่ต้องมีความเข้าใจในเรื่องของเทคนิคสีน้ำให้ดี และบางครั้งต้องรอแห้งก่อน ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการวาดรูปดอกไม้ในเบื้องต้นกันก่อนดีกว่า…

ก่อนอื่นเราจะเริ่มต้นกันด้วย “ดอกกุหลาบ” ดอกไม้ยอดฮิต ที่ใครๆ ก็ต่างรู้จัก ให้คุณหาภาพกลุ่มดอกกุหลาบสวยๆ  ในอินเตอร์เน็ต ถ้าเจอภาพที่ถูกใจก็ปริ๊นออกมาซะ แต่ถ้าคุณต้องการจัดวางตำแหน่งของดอกไม้เอง ให้ไปซื้อมาสัก 4-5 ดอกในขนาดที่แตกต่างกัน แล้วนำมาปักลงในแจกันให้เรียบร้อย

ต่อมาวางตำแหน่งของกุหลาบแต่ละดอกรวมทั้งใบ อย่างคร่าวๆ เสียก่อน สำหรับมือใหม่ต้องวางแบบคร่าวๆ มาก เนื่องจากหลายๆ  คน ชอบเขียนรายละเอียดข้างกลีบไปด้วย แน่นอนว่าถ้ามีความชำนาญแล้วจะวาดอะไรก็ได้ แต่ถ้าคุณยังไม่ชำนาญ มันจะออกมาเพี้ยน ไม่สวยงาม โดยหลักของการวาดรูปทีสำคัญ คือ คุณจะต้องจับลักษณะเด่นของมันให้ได้ รวมทั้งทำความเข้าใจกับแบบ พร้อมดูภาพรวมตอนใกล้เสร็จ แล้วค่อยแต่งเติมโดยดูจากความเป็นไปได้ซึ่งมาจากตัวแบบ สำหรับดอกไม้ ถ้าคุณเห็นว่าตรงช่วงใบดูไม่ออกเลยว่าตรงไหนเป็นตรงไหน แนะนำว่าให้คุณมองจากที่มาของมัน นั่นก็คือก้าน เพราะว่าใบจะต้องเริ่มต้นมาจากตรงนี้กันทั้งนั้น ถ้าใบมันทับซ้อนกันมากๆ ก็ให้จับกลีบเด่นๆ สำคัญๆ เอาไว้ รวมถึงกลีบด้วยเช่นกัน อะไรที่มันเล็กๆ น้อยมากบางอันก็สามารถตัดทิ้งไปเลย

เคล็ดลับอีกประการหนึ่งคือการมองภาพรวม เนื่องจากการวาดรูปให้ออกมาสวยงามไม่ได้ดูจากจากพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงส่วนเดียวเท่านั้น บางคนวาดท้องฟ้าแล้วไม่สวย ไม่ถูกใจ ก็ไปนั่งแก้อยู่แต่ท้องฟ้า เข้าใจครับว่า อดใจไม่ไหวจริงๆ  แต่หากเราตัดใจจากตรงนี้ไปได้ ขอแนะนำว่าให้คุณวาดส่วนอื่นๆ จนเสร็จหมดทั้งภาพ แล้วค่อยดูภาพรวมอีกที ซึ่งคุณอาจมองเห็นทางแก้ทางอื่นที่ดีกว่า

นอกจากนี้อย่าลืมหรี่ตามองซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก นั่นก็คือการมองให้ภาพ ณ เห็นตรงหน้าให้มันเบลอๆ  ซึ่งการมองแบบนี้จะทำให้คุณมองเห็นโซนของน้ำหนักแต่ละจุดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง