เทคนิควาดรูปรถยนต์

Automotive Drawing Techniques

“รถยนต์” เป็นอีกหนึ่งวัตถุ ที่เข้าไปอยู่ในการ์ตูนหรือภาพวาดสวยๆ หลายๆ รูป เป็นยานพาหนะที่เราทุกคนล้วนเห็นกันทุกวันในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นมันจึงมีความจำเป็นที่หลายๆ คนต้องวาด “รถยนต์” ให้จงได้ แต่พอลองวาดดูแล้วทำไมมันถึงไม่ออกมาเป็นรถยนต์กันนะ ต่อให้วาดหลายต่อหลายรูปแล้วก็ตาม…ขอบอกว่า อย่าพึ่งท้อใจไปค่ะเพราะวันนี้เรานำเทคนิควาดรูปรถยนต์มาฝากคุณผู้อ่านกันแล้ว

รถยนต์บนท้องถนนก็มีมากมายหลากหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่สำหรับการวาดรูปแล้ว นักวาดส่วนมากจะนิยมใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมเป็นส่วนใหญ่ อันดับแรกคุณจะต้องมองภาพรถคันหนึ่ง ให้เหมือนนำกล่องหลายๆ กล่องมาประกอบเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้นตรงส่วนนี้ นักวาดภาพมือใหม่คงจะตระหนักแล้วว่า การวาดรูปทรงเรขาคณิตซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆ คนไม่ค่อยให้ความสำคัญเนื่องจากคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เบสิคสุดๆ นั้น ความจริงแล้วมันเปรียบเสมือนพื้นฐานที่มีความสำคัญมาก ซึ่งนำไปใช้ในการสร้างโครงร่างของหลายรูป อย่างรถยนต์เองก็เช่นเดียวกัน…

สำหรับรถยนต์รูปลักษณ์ทั่วไปนั้น ก็จะเหมือนการนำกล่องสี่เหลี่ยม 2 กล่องมาประกอบเข้าด้วยกันก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มรายละเอียดที่จำเป็นเข้าไป อย่าลืมว่าโครงสร้างเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ถ้าโครงสร้างเบี้ยว รายละเอียดต่างๆ ก็จะเบี้ยวตามไปด้วย

สำหรับรถตู้ก็ให้คิดภาพว่าเป็นกล่องนมแนวนอนซึ่งด้านล่างต้องแน่น เคล็ดลับของรถตู้ คือ จำเป็นต้องระวังเรื่องขนาดของกระจกหน้า เนื่องจากมือใหม่จะพลาดบ่อย คือไม่วาดใหญ่ไปก็เล็กไป ทำให้ดูไม่สมดุล

สำหรับรถจักรยานยนต์หลายๆ คนจะโอดครวญว่ายากที่สุด เนื่องจากแบบของมันใช้รูปทรงเรขาคณิตหลายรูปแบบมาต่อกันค่อนข้างเยอะ ในส่วนของเคล็ดลับคือ คุณต้องพยายามสังเกตแกนของวัตถุให้ดีๆ ว่า ตรงจุดไหนคือแกนกลางแล้วจึงค่อยเขียนเก็บรายละเอียดทีหลัง

ส่วนการวาดรถบรรทุกหลายๆ คนก็ไม่ค่อยพบปัญหาอะไร เพราะมีลักษณะเป็นเหลี่ยมวาดง่ายอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าวาดรวมกับรถยนต์จะต้องระวังเรื่องความแตกต่างของขนาดเท่านั้นเอง

สำหรับการวาดรถให้ออกมาสวยงามสมจริงนั้น นักวาดมือใหม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจในเรื่อง “Perpective” ขั้นเบื้องต้นเสียก่อน เพียงเท่านี้คุณก็สามารถนำมาวาดได้แล้ว เพราะการเริ่มต้นมันง่ายจาการนำรูปทรงเรขาคณิตซึ่งเป็นลักษณะกล่องนำมาต่อกัน หรือซ้อนทับกับแล้วค่อยๆ เพิ่มรายละเอียดเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะได้รถขึ้นมาเป็นรูปร่างสวยงาม ก่อนอื่นคุณจะต้องพยายามฝึกจากการนำรถจริงมาลองวาดดูก่อน ก่อนจะสร้างสรรค์ออกมาจากจินตนาการของตัวเอง เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีส่วนประกอบอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง การหารูปรถจริงๆ มาวาดในสมัยนี้ก็ไม่ยากอะไร อยากได้รุ่นอะไรก็เข้าไปค้นหาใน Google ได้เลย

เทคนิควาดรูป ดอกไม้ ให้ออกมาสวยงดงามจนหาที่ติไม่ได้

Flower drawing techniques

“ดอกไม้” เป็นรูปอีกประเภทหนึ่งที่ผู้คนชอบวาดกันมาก เราสามารถวาดดอกไม้ได้มากมายหลายสายพันธ์ไม่มีเบื่อ และยังสามารถวาดได้ทั้งรูปเงาและรูปสี อีกทั้งยังวาดได้มากมายหลายเทคนิค ซึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ก็คือการวาดด้วยดินสอ และสีน้ำ การวาดด้วยดินสอทั้งดินสอดำและดินสอสี สามารถวาดได้เลยไม่ต้องผสมน้ำหรือรอแห้ง ส่วนสำหรับสีน้ำภาพที่ได้จะมีความละมุน สวยงาม หากแต่ต้องมีความเข้าใจในเรื่องของเทคนิคสีน้ำให้ดี และบางครั้งต้องรอแห้งก่อน ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการวาดรูปดอกไม้ในเบื้องต้นกันก่อนดีกว่า…

ก่อนอื่นเราจะเริ่มต้นกันด้วย “ดอกกุหลาบ” ดอกไม้ยอดฮิต ที่ใครๆ ก็ต่างรู้จัก ให้คุณหาภาพกลุ่มดอกกุหลาบสวยๆ  ในอินเตอร์เน็ต ถ้าเจอภาพที่ถูกใจก็ปริ๊นออกมาซะ แต่ถ้าคุณต้องการจัดวางตำแหน่งของดอกไม้เอง ให้ไปซื้อมาสัก 4-5 ดอกในขนาดที่แตกต่างกัน แล้วนำมาปักลงในแจกันให้เรียบร้อย

ต่อมาวางตำแหน่งของกุหลาบแต่ละดอกรวมทั้งใบ อย่างคร่าวๆ เสียก่อน สำหรับมือใหม่ต้องวางแบบคร่าวๆ มาก เนื่องจากหลายๆ  คน ชอบเขียนรายละเอียดข้างกลีบไปด้วย แน่นอนว่าถ้ามีความชำนาญแล้วจะวาดอะไรก็ได้ แต่ถ้าคุณยังไม่ชำนาญ มันจะออกมาเพี้ยน ไม่สวยงาม โดยหลักของการวาดรูปทีสำคัญ คือ คุณจะต้องจับลักษณะเด่นของมันให้ได้ รวมทั้งทำความเข้าใจกับแบบ พร้อมดูภาพรวมตอนใกล้เสร็จ แล้วค่อยแต่งเติมโดยดูจากความเป็นไปได้ซึ่งมาจากตัวแบบ สำหรับดอกไม้ ถ้าคุณเห็นว่าตรงช่วงใบดูไม่ออกเลยว่าตรงไหนเป็นตรงไหน แนะนำว่าให้คุณมองจากที่มาของมัน นั่นก็คือก้าน เพราะว่าใบจะต้องเริ่มต้นมาจากตรงนี้กันทั้งนั้น ถ้าใบมันทับซ้อนกันมากๆ ก็ให้จับกลีบเด่นๆ สำคัญๆ เอาไว้ รวมถึงกลีบด้วยเช่นกัน อะไรที่มันเล็กๆ น้อยมากบางอันก็สามารถตัดทิ้งไปเลย

เคล็ดลับอีกประการหนึ่งคือการมองภาพรวม เนื่องจากการวาดรูปให้ออกมาสวยงามไม่ได้ดูจากจากพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงส่วนเดียวเท่านั้น บางคนวาดท้องฟ้าแล้วไม่สวย ไม่ถูกใจ ก็ไปนั่งแก้อยู่แต่ท้องฟ้า เข้าใจครับว่า อดใจไม่ไหวจริงๆ  แต่หากเราตัดใจจากตรงนี้ไปได้ ขอแนะนำว่าให้คุณวาดส่วนอื่นๆ จนเสร็จหมดทั้งภาพ แล้วค่อยดูภาพรวมอีกที ซึ่งคุณอาจมองเห็นทางแก้ทางอื่นที่ดีกว่า

นอกจากนี้อย่าลืมหรี่ตามองซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก นั่นก็คือการมองให้ภาพ ณ เห็นตรงหน้าให้มันเบลอๆ  ซึ่งการมองแบบนี้จะทำให้คุณมองเห็นโซนของน้ำหนักแต่ละจุดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ศิลปะแบบสื่อผสม ศิลปะแห่งจิตวิญญาณ

Mixed media Art of Elephant Spirit

ศิลปะ อย่างที่เรารู้กันดีว่าศิลปะนั้นถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ความรู้สึก สุนทรียภาพ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัวที่สามารถนำมาสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่ได้พบเห็นนั้นเกิดความรู้สึกมหัศจรรย์ ซึ่งศิลปะนั้นมีมากมายหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น งานปั้น ภาพวาดเขียน สิ่งประดิษฐ์ถักทอ ประติมากรรม เป็นต้น

เนื่องจากในปัจจุบันนี้เราอาจจะได้เห็นว่าศิลปะตอนนี้ได้ถูกประยุกต์เพื่อให้ดูเข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น ผู้ที่สรรค์สร้างศิลปะเหล่านี้จึงนำศิลปะหลายแขนงมาผสมผสานกันเพื่อให้ศิลปะนั้นดูทันสมัยในผลงานชิ้นเดียว ซึ่งการที่จะทำออกมาจนเราเห็นนั้นผู้ที่ทำจะต้องเน้นหลักการใช้องค์ประกอบที่ถูกต้อง ส่วนมากงานศิลปะชนิดนี้มักจะเป็นงานที่สื่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้ทำ ส่วนประกอบในการทำนั้นจะเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น จากพืช สัตว์ หรือวัสดุสังเคราะห์ต่างๆ งานศิลป์ชนิดนี้จึงทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้พบเห็น ศิลปะแบบนี้เรามักจะเรียกกันว่า ศิลปะสื่อผสม นั่นเอง

ศิลปะสื่อผสมถือว่าเป็นการถ่ายทอดความคิด หรือเรื่องราวที่ผู้สร้างงานศิลป์มาได้อย่างดีเลยทีเดียว ศิลปะสื่อผสมสามารถทำออกมานำเสนอได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น 2 หรือ 3 มิติแล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนโดยส่วนมากแล้วจะเป็นงานที่ถูกสร้างออกมาเชิงวิจิตรศิลป์ ในการออกแบบผลงานนั้นจะเน้นหลักความสมดุล กลมกลืน หรือความขัดแย้งก็ได้ นำมาสรรค์สร้างในรูปแบบลายเส้น ลักษณะพื้นผิว ลวดลาย หรือแบบที่ตนต้องการเพื่อให้งานออกมาได้สวยงามและสมบูรณ์ที่สุด

หลักการสร้างสรรค์งานแบบศิลปะสื่อผสมนั้นเราจะเน้นในส่วนของหลักการ โดยเราจะมีหลักการในการสร้างงานขึ้นมาอยู่ 3 ประการ คือ ด้านความงาม ด้านความมั่นคงแข็งแรง และการนำไปใช้

  • ด้านความสวยงาม ผู้ที่ออกแบบผลงานนั้นจะต้องให้ความสำคัญสำหรับการออกแบบ และเข้าใจทุกศาสตร์ของศิลปะทุกแขนงเพื่อที่จะสามารถนำศิลปะมาผสมผสานเพื่อให้ได้ผลงานที่มีความสวยงาม และสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งผลงานของเขานั้นจะต้องดึงดูดคนดู กระตุ้นจิตวิญญาณของผู้ที่มารับชมให้รู้สึกตามที่เราคิดไว้
  • ด้านความมั่นคงแข็งแรง งานศิลปะนั้นนอกจากความสวยงามแล้ว คุณต้องคิดถึงความมั่นคงและแข็งแรงด้วยเพื่อที่ผลงานของคุณนั้นจะอยู่ให้ผู้รับชมได้ชื่นชมผลงานของคุณในระยะยาว ดังนั้นการสร้างศิลปะแต่ละชิ้นขึ้นมาคุณต้องให้ความสำคัญในการเลือกวัสดุที่จะนำมาผลิตด้วย
  • ด้านการนำไปใช้ ศิลปะสื่อผสมนั้นจะมีคุณค่าในตัวเองขึ้นมาได้หากว่าศิลปะของคุณนั้นถูกนำไปใช้ในทางที่ถูกต้องตามอุดมการณ์ของคุณ ซึ่งการนำไปใช้นั้นอาจจะไม่ใช้การใช้งาน แต่จะเป็นการนำไปสร้างเพื่อชักจูงความเชื่อมั่น เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือเล่าเรื่องราวที่เราอยากจะถ่ายทอดได้อย่างถูกต้องเช่น อนุสาวรีย์ เป็นต้น