ภาพศิลปะใดมีราคาแพงที่สุดในโลก ราคาเท่าไร สาเหตุว่าทำไมถึงแพง

mona-lisa

งานศิลปะจัดเป็นงานที่ช่วยจรรโลงโลกใบนี้ให้มีความน่าสนใจอยู่เสมอ สังเกตได้จากอดีตที่ผ่านมาโลกของเรามีบรรดาศิลปินชื่อดังมากมายที่สร้างงานศิลปะจนได้รับการกล่าวขาน ยกย่อง ให้เป็นศิลปินตลอดกาล แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนแต่งานศิลปะของพวกเขาก็ยังคงได้รับความสนใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะงานอันเกี่ยวกับเรื่องของภาพศิลปะถึงขนาดว่ามีการนำเอาภาพเหล่านี้ออกมาประมูล ออกมาประเมินค่าจนได้มีการยืนยันถึงภาพที่ราคาแพงที่สุดในโลกนั่นคือ โมนาลิซ่า

ภาพโมนาลิซ่า งานศิลปะที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

ภาพวาดโมนาลิซ่าเป็นภาพวาดสีน้ำมันมีความสูง 77 ซม. กว้าง 53 ซม. ถูกวาดขึ้นโดยเลโอนาร์โด ดาวินชี ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่างปี ค.ศ. 1503 – 1507 ถือว่าเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปไกลมากๆ จนคนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี ใช้เวลาในการวาดยาวนานถึง 4 ปี ส่วนคนที่ตั้งชื่อให้นั่นคือ จอร์โจ วาซารี ผู้เป็นศิลปินและนักชีวประวัติชาวอิตาลี จริงๆ แล้วชื่อภาพนี้ได้ถูกตั้งขึ้นมาหลังจากที่ตัวดาวินชีเองได้เสียชีวิตไปแล้วถึง 31 ปี สำหรับคำว่า โมนา ในภาษาอิตาเลียน แปลว่า มาดอนนา ซึ่งก็คือมาดามหรือคุณผู้หญิง นั่นหมายถึงว่าภาพนี้ถูกตั้งชื่อเป็น มาดามลิซ่า อะไรทำนองนี้นั่นเอง ต้องย้อนกลับไปก่อนว่าตอนที่ดาวินชีเสียชีวิตเขาได้ยกสมบัติพร้อมภาพวาดทั้งหมดให้กับ ฟรานเชสโก เมลซิ ผู้ติดตามของเขา แต่เมื่อฟรานเชสโกเสียชีวิตลงเขาก็ไม่ได้มอบภาพวาดและสมบัติต่างๆ ให้กับใคร ภาพวาดทั้งหลายจึงค่อยๆ เริ่มกระจัดกระจายไปหลายแห่งหน ส่วนด้านราคาจริงๆ แล้วด้วยความที่ปัจจุบันภาพโมนาลิซ่าถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ของฝรั่งเศสและไม่เคยมีใครนำออกมาประมูลอย่างจริงจังจึงไม่สามารถคำนวณมูลค่าที่แท้จริงได้ ทว่าจากการประเมินราคาเอาไว้อยู่ที่ราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์เอกใช้การปกป้องรักษามากกว่าการซื้อประกันเมื่อมีการปรับค่าต่างๆ ออกมาภาพโมนาลิซ่าที่ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 670 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

สาเหตุที่ว่าทำไมภาพโมนาลิซ่าถึงมีราคาสูง

ว่ากันว่าภาพโมนาลิซ่านี้เป็นภาพของดาวินชีที่เขาต้องการวาดภาพตนเองหากลองทำการแต่งเป็นหญิงสาวดูว่าจะมีลักษณะออกมาเป็นอย่างไร สังเกตได้จากการใช้สายตาและภาพที่ออกมามันเหมือนกับคนส่องกระจกแต่ด้วยมิติต่างๆ ก็ทำให้ดูเป็นธรรมชาติสุด นอกจากนี้ยังเป็นภาพที่แฝงความหมายมากมายแม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังมีคนหาคำตอบกันอยู่

Categories: NEWS