ประวัติภาพ สาวใส่ต่างหูมุก Girl with a Pearl Earring

Girl with a Pearl Earring Photo live

ภาพ “Girl with a Pearl Earring” หรือชื่อในภาษาไทยคือ “สาวใส่ต่างหูมุก” เป็นภาพเขียนเทคนิคสีน้ำมัน ผู้เขียนภาพนี้คือนาย Johannes Vermeer จิตรกรชาวดัตช์ ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงยุค Baroque ปัจจุบันนี้ “Girl with a Pearl Earring” ถูกนำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานศิลปะ Mauritshuis ในกรุง The Hague ประเทศเนเธอร์แลนด์ Johannes Vermeer เขียนภาพ “Girl with a Pearl Earring” จนเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1665 เธอคนนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “Mona Lisa ทางเหนือ” หรือ “Mona Lisa ของชาวดัตช์”

หญิงสาวสวย ในรูปนี้ไม่ได้มีตัวตนจริงๆ  แต่เธอเป็น “Tronie”  หรือ ภาพของหญิงสาวในอุดมคติ ซึ่งจิตกรชาวดัทช์จะถูกฝึกให้วาดภาพหญิงอุดมคติของตัวเอง จนเกิดกลายเป็นทักษะติดตัว เพื่อนำไปต่อยอดถ่ายทอดให้เป็นเรื่องราวในแบบฉบับของตนเองขึ้นมา

“Girl with a Pearl Earring” ต่างหูของเธอกลายเป็นจุดที่ทำให้หลายๆ คนเกิดความสงสัย โดยนักโลหะวิทยาชาวดัชน์สันนิษฐานว่า มันน่าจะเป็นโลหะชุบดีบุกมากกว่า เนื่องจากลักษณะของมันดูแวววาวเกินกว่าที่จะเป็นมุก และขนาดของมันใหญ่โตกว่ามุกทั่วไปมาก

และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาพนี้ ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากก็ คือ ความสวยงามอันโดดเด่นของผ้าโพกศีรษะสีน้ำเงินของเธอ เนื่องจากในสมัยก่อนสีน้ำเงินนี้ ทำจากหินแร่ที่มีราคาแพงมาก มันคือ “หินลาปิส ลาซูรี่” ส่วนสาเหตุที่มันมีราคาแพง เนื่องจากในโลกนี้มีอยู่แห่งเดียวคือภูเขาในอัฟกานิสถาน

เพราะฉะนั้น “Vermeer” จำเป็นต้องลงทุนกับสีน้ำเงินนี้มาก แต่มันก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะผ้าสีน้ำเงินนี้ มันช่วยขับใบหน้าของหญิงสาวให้โดดเด่นขึ้นมา จนเธอได้รับการยกย่องในเรื่องของความงดงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

สำหรับภาพดังกล่าว ไม่มีอะไรที่ชี้ให้เห็นถึงตัวผู้เขียนและความหมายของภาพเลยด้วยซ้ำ มีแต่การลงชื่อ “IVMeer” แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้มีการลงวันที่รวมทั้งไม่มีข้อมูลใดบ่งบอกเลยว่า จิตกรตั้งใจวาดขึ้นมาเพราะต้องการสื่อถึงอะไร หรือเป็นภาพที่ได้รับการจ้างวานให้เขียนขึ้นมากันแน่ และถ้ามีคนจ้างให้เขียนเขาคนนั้นจะเป็นใครกันแน่ ? ปริศนาเหล่านี้ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ภาพ “Girl with a Pearl Earring” จึงเป็นอีกหนึ่งภาพของโลก ที่ผู้ชมแต่ล่ะคนตีความในแบบของตัวเองได้มากมาย เพราะไม่มีใครสามารถให้ความเข้าใจได้อย่างชัดเจนแม้กระทั่งนักวิจารณ์ศิลปะระดับเซียน แต่ถึงกระนั้นก็ต้องถือว่าเป็นภาพนี้มีความสวยงามและมีแรงดึงดูดใจเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว